แต๊งค์ ไม่กลัว พร้อมฝากคำพูดถึงแม่แตงโม

ยังคงอยู่กับกระแสและประเด็นดังข่าวคดีการเสียชีวิตปริศนาของนางเอกสาว แตงโม-นิด ที่พลัดตกเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยาจนเสียชีวิต โดยอดีตคนรักอย่างหนุ่มแต๊งค์-พงศกร ก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย เพราะเขาได้ออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้อดีตคนรัก พร้อมทั้งยังโดนขู่หลายครั้ง ล่าสุดวันนี้เจ้าตัวก็ได้ไปออกรายการ เปิดใจถึงเรื่องการโดนข่มขู่ และฝากคำพูดสุดจุกถึงคุณแม่แตงโมดังนี้

จากกรณีที่ แต๊งค์ พงศกร อดีตคนรักที่กลายเป็นกัลยาณมิตรที่ดีงาม ของ แตงโม นิดา ซึ่งออกมาประกาศชัดพร้อมผลักดันทวงความยุติธรรมให้ แตงโม ทำให้เจ้าตัวนั้นโดนขู่ทำร้ายหลายครั้ง ล่าสุดเจ้าตัวเปิดใจถึงเรื่องที่มีคนมาก่อกวนกับ ข่าวสดออนไลน์ ระบุว่า

“คือมีคนขู่เข้ามาส่วนใหญ่เขาก็จะใช้ภาษาหยาบคาย ซึ่งพูดออกสื่อไม่ได้ พูดด่าสารพัดเลย ก็เพิ่งจะมีครั้งนี้ที่เขาเพิ่งจะมาพูดถึงคดีคุณแตงโมบอกว่า อย่าไปยุ่งกับคดีคุณแตงโมไม่งั้นจะให้เรากินลูกปืน ก็ไม่รู้ว่ากินได้หรือเปล่าลูกปืน(หัวเราะ )

แต่ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณแฟนคลับคุณแตงโมแล้วก็คนที่ให้กำลังใจ เป็นห่วงว่าเราโดนขู่แล้วจะมีใครมาทำอันตรายเราไหม ก็น้อมรับความเป็นห่วงไว้นะครับ แต่โดยส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะมีอะไร ไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่เพราะว่าถ้าเขาจะขู่เราจริงๆ เขาน่าจะมาในลักษณะที่เป็นทางการเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่านี้ ไม่มาหยาบคายหรือมาด่าเราแบบนี้ อันนี้น่าจะเป็นพวกนักเลงคีย์บอร์ดอะไรแบบนี้มากกว่า

แล้วก็มีคนแนะนำเราว่า เราควรจะไปลงบันทึกประจำวันแจ้งความไว้เตรียมฟ้องเรียกเงินเขา ผมคิดว่าไม่ฟ้องเหมือนกันเพราะว่าไม่น่าจะมีเงินจ่าย เราน่าจะเสียสตางค์เสียเวลาของเราเองมากกว่าถ้าเราฟ้องเขา ก็ไม่เป็นกังวลครับไม่ให้ความสำคัญเท่าไหร่ เรามองหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักกับ5คนบนเรือ หรือมีคอนเน็กชั่นอะไรกันแล้วมาข่มขู่ผม ผมก็ไม่กลัวอยู่แล้ว

แต่ตอนนี้มองว่าน่าจะเป็นพวกเกาะกระแสมากกว่า อาจจะอยากออกทีวีหรือเอารูปมาแปะลงแล้วก็สังเกตว่าเป็นแอ๊กเคาต์หลุม ก็ตรวจสอบแล้วว่าปลอม ผู้เสียหายก็คงจะเป็นคนที่ถูกเอารูปมาใช้ยังไงก็ต้องกราบขออภัยด้วยครับ ที่ทำให้มีปัญหาและทำให้ถูกต่อว่า แต่คนที่ผิดจริงๆ ก็คือคนที่นำรูปมาใช้”

ปกติจะโดนคนเข้ามาขู่แบบนี้บ่อยไหม?
“ปกติเป็นคนที่ไม่ได้มีปัญหากับใคร แล้วโดยเฉพาะในกรณีของคดีของคุณแตงโม ผมไม่ได้มีสิทธิ์ไม่ได้มีอำนาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวในรูปคดี ได้อยู่แล้ว เราเป็นแค่กระบอกเสียงของประชาชน เป็นกระบอกเสียงให้กับแฟนคลับที่สื่ออาจจะให้ความสนใจมากกว่าและรับฟังผมมากกว่าคนอื่น ผมก็เลยพยายามที่จะเป็นกระบอกเสียงให้อย่างเต็มที่ แต่ถามว่าคนที่น่าจะโดนขู่มากกว่าผม คนที่มีสิทธิ์มีอำนาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดี เข้าไปตรวจสอบได้ คนอื่นน่าขู่กว่าผมอีกเยอะครับ”

อย่างที่บอกว่าเราเป็นคนที่ออกมาพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีของแตงโมตั้งแต่แรก แอบกังวลไหมว่ามันอาจจะมีผลอะไรตามมา?

“ก็เคยคิดเหมือนกันว่าถ้าเราไปเปิดศึกไปแสดงตัวว่าอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับผู้คนบนเรือและตำรวจจะมีปัญหาไหม แต่เราคิดว่าเราก็ทำในสิ่งที่ถูกเราพูดในขอบเขตที่เราพูดได้ เราตั้งข้อสงสัยในพื้นฐานที่คนจะสงสัยได้ แล้วอย่างกรณีคดีนี้มันเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ มันเกี่ยวข้องกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มันเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสความมั่นคงของประเทศชาติบ้านเมือง มันก็เป็นสิ่งที่ผมสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้เต็มที่

เพราะฉะนั้นการที่จะมากลัวว่าคุณปอ คุณโรเบิร์ต คุณแม่จะมาฟ้อง อันนี้ผมไม่กลัว ผมคิดว่ากฎหมายคุ้มครองผมอยู่แล้วในฐานะพลเมืองคนหนึ่งที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้”

มองยังไงเกี่ยวกับคดีของแตงโม?

“ความคิดเห็นของผมนะครับผมเปิดกว้าง ไม่ปักใจเชื่อว่าจะเป็นฆาตกรรมหรืออุบัติเหตุบนเรือแต่ผมคาดหวังอย่างเดียวเลยว่าให้ตำรวจทำงานเต็มที่ แม้ว่าเขาจะบกพร่องไปแล้วผิดพลาดไปแล้วในเรื่องที่สังคมรู้แล้วว่าตำรวจบกพร่องในเรื่องของการพิสูจน์หลักฐานการเก็บข้อมูลเบื้องต้นตอนแรก เลยเป็นช่องโหว่ทำให้อันนี้ต้องยกประโยชน์ไปให้กับผู้ต้องหา ตำรวจก็ต้องยอมรับว่าเป็นข้อบกพร่อง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตำรวจจะแสดงความรับผิดชอบยังไง แต่ผมก็ยังคิดว่าจากแรงกดดันทางสังคม

และฝ่ายทาง สบ.ทางกรรมาธิการเอง เขาก็มาช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วย ผมเชื่อว่าแรงกดดันแก้ไขตรงนี้ต้องทำจะทำให้ตำรวจต้องแก้ตัวแก้ไขในสิ่งที่เขาทำพลาดไป แล้วก็กลับมาให้ความยุติธรรมกับผู้ตายให้ได้คลายความสงสัยให้กับสังคมให้ได้ แล้วก็คืนความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการทำหน้าที่ให้ได้ ก็คือพูดง่ายๆว่าอยากให้คนผิดต้องมารับโทษ นั่นก็คือประเด็นที่ว่าเขาประมาทและทำให้คนอื่นเสียชีวิต

แต่ผมคิดว่าถ้าเกิดปล่อยหลุดไปไม่ถูกลงโทษมันจะกลายเป็นต้นแบบของคดีอื่นๆในอนาคตที่มันจะมีคนทำซ้ำๆซากๆ และก็ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะคดีนี้มันเกี่ยวข้องกับเหลื่อมล้ำด้วย เพราะคนที่เป็นผู้ต้องหาเขามีสตางค์ ก็เกิดข้อสงสัยมากมายว่า คนมีสตางค์อาจจะมีการจ่ายเงินใต้โต๊ะหรือเปล่า มีการเป็นเด็กเส้นฝากตำรวจได้หรือเปล่า

ก็เลยอยากเห็นจริงๆว่าถ้าตำรวจตั้งใจทำคดีสรุปสำนวนมาให้รัดกุม อัยการสั่งฟ้อง ศาลตัดสินพิพากษา ให้จำเลยถูกจำคุก ทำให้สังคมรับได้ว่า คนรวยก็ติดคุกนะ โอเค อย่างนี้ไม่มีเส้นไม่มีสายแน่นอน เพราะเขาก็ผิดจริง แล้วเขาก็ประมาทจริง”

แล้วเรื่องของคุณแม่แตงโม ที่ก่อนหน้านี้ก็เคยมีการโพสต์ถึงกัน ได้มีการพูดคุยเคลียร์ใจกันไปหรือยัง?

“คือผมแค่พูดอ้างอิงถึงประเด็นสังคม ผมไม่ได้ไปก้าวล่วงคุณแม่นะเดี๋ยวโดนฟ้อง คนจะมองคุณแม่เป็นส่วนใหญ่ว่ามีเรื่องของผลประโยชน์มีเรื่องของการเรียกรับเงิน อันนี้ผมขอไม่ก้าวล่วงแล้วกันแต่ผมมองว่าแม่เป็นคนที่ขี้ใจอ่อน ให้อภัย มีความคิดที่ให้ความเมตตากับพวกคนที่เป็นผู้ต้องหา มันก็เลยทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในความจริงใจของคุณแม่ที่ตามหาความยุติธรรมให้กับคุณแตงโม

คุณแม่อาจจะต้องแสดงในเรื่องของความกระตือรือร้นให้มากกว่านี้ในเรื่องของการตามคดี เพราะตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผ่ารอบสองหรือการเป็นนัดฟังอะไรก็ตาม คุณแม่ก็จะไม่ค่อยไปก็จะมีเหตุผลต่างๆว่าคุณแม่ป่วย ซึ่งยังส่งคุณเต้ ศตวรรษไปแทน ซึ่งตั้งแต่ในชีวิตผมที่รู้จักคุณแตงโมมา คุณเต้ ศตวรรษ ไม่เคยได้อยู่ในชีวิตของคุณแตงโมเลย ไม่ได้มีความรู้จัก

โดยส่วนตัวผม ผมรู้จักทั้งคุณแม่ คุณแตงโม รู้จักกระติก เคยเจอคุณแซน เคยเจอคุณปอ แต่ว่าผมเองก็ยังไม่คิดจะเข้าไปยุ่งตรงนั้น ผมอยากให้เป็นหน้าที่ของตัวคุณแม่เองที่จะต้องออกมา แล้วก็เป็นห่วงในเรื่องของคนที่ให้คำปรึกษาคุณแม่ว่าไว้ใจได้หรือเปล่า อันนี้ก็ไม่ได้พูดถึงใครนะเพราะว่าเราก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้ประเด็นสังคมสงสัยไปที่ตำรวจ แล้วก็ต้องดูด้วยว่า คนที่ให้คำปรึกษาคุณแม่ในเรื่องกฎหมายเป็นพวกเดียวกับตำรวจมีความเอนเอียงที่จะไปเข้าข้างกับผู้ต้องหาหรือเปล่า อันนี้ผมก็แค่ตั้งข้อสงสัยนะครับ”

“สุดท้ายอยากจะบอกว่าผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียนักหรอกครับกับเรื่องนี้ แล้วก็ไม่ได้อยากจะโจมตีใคร แค่อยากจะให้คนผิดมารับโทษ ผมเชื่อว่าคนที่มาขู่ผมก็คงจะไม่ได้มาโกรธมาแค้นอะไรผมเป็นการส่วนตัว เพราะฉะนั้นก็เลิกแล้วต่อกันเถอะ เพราะว่ามันน่ารำคาญ”

Comments are closed.