“ต้น ตระการ” วอนสังคมอย่าด่วนตัดสิน “กระติก”

อย่างที่สังคมประชาชนทุกคนทราบกันดีว่า “กระติก อิจศิรนทร์” คือเพื่อนสนิทที่แตงโมรักมากที่สุดและยังเป็นถึงผู้จัดการส่วนตัวอีกด้วย มากไปกว่านั้น “กระติก” คือ 1 ใน 5 คนบนเรือแตงโมพลัดตกและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นคนรู้เห็นว่าในคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้างทำไมแตงโมถึงตกน้ำและทำไมไม่คิดจะช่วยแตงโม และตอนนี้กระติกกำลังโดนกระแสสังคมโจมตีหนัก เนื่องจากเป็นผู้ที่สนิทและแตงโมรักมากที่สุด

จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 แล้ว สำหรับพิธีไว้อาลัย “แตงโม ภัทรธิดา” ณ คริสตจักรเสรีภาพกรุงเทพ ซึ่งในวันนี้ก็มีเพื่อนดารานักแสดง พี่น้องคริสเตียนในคริสตจักรเดียวกัน แฟนคลับรวมถึงคนรัก”แตงโม” เดินทางมาร่วมงานอย่างล้นหลาม ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ “ต้น ตระการ” รุ่นพี่ในโบสถ์ที่มีความสนิทกับ “แตงโม” และ “กระติก อิจศิรนทร์” เดินทางมาถึงงานก่อนเวลาเริ่มพิธีและเปิดใจกับสื่อวลชนว่า

“ผมมาช่วยงานในฐานะสตาฟที่มาช่วยงานสมาชิกของโบสถ์ ส่วนตัวได้ช่วยส่วนน้อยเพราะติดภารกิจ แต่ก็ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันจัดเตรียมงานให้คนมาร่วมไว้อาลัย “แตงโม” ภายใต้ข้อจำกัดต่าง ๆ ได้อย่างดี ผมกับ “แตงโม” รู้จักกันไม่ใช่ในฐานะเพื่อนนักแสดง “แตงโม” กับ “กระติก” ไปที่โบสถ์ ซึ่งเป็นโบสถ์เดียวกันกับผม เราเป็นสมาชิกโบสถ์เดียวกัน ผมในฐานะรุ่นพี่มีหน้าที่ต้องดูแลและให้ความช่วยเหลือเขา น้องโมเป็นสมาชิกที่น่ารักมาก ให้ความร่วมมือและช่วยงานกิจกรรมต่าง ๆ ของโบสถ์เสมอ สนใจและยินดีประกาศงานของพระเจ้า น้องมีความตั้งใจและทุ่มเทมาก ส่วน “กระติก” สภาพจิตใจเขาก็ค่อนข้างแย่เหมือนกัน ผมอยากให้ทุกคนลองสมมติตัวเองเป็น “กระติก” ทุกคนเป็นคนมีหัวใจ “กระติก” ก็เป็นคนเหมือนกัน เขาเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่น่าสงสารมาก เหตุการณ์ทั้งหมด “กระติก” ก็ไม่ต่างจากพวกเราที่จะต้องสูญเสียเพื่อนรักคนหนึ่ง อย่างในการ์ดที่เขาเขียน ทุกโมเมนต์ของ “กระติก” มี “แตงโม” และทุกโมเมนต์ของ “กระติก” ก็จะมี “แตงโม” ผมว่าเขาสองคนเป็นเพื่อนที่รักและทุ่มเทให้กันมากอย่างที่เราหลายคนไม่คาดคิดมาก่อน เพราะฉะนั้นผมจึงยังไม่เชื่อว่าทั้งหมดมันจะมีอะไรที่ซ่อนเร้นแอบแฝงมากไปกว่าความเป็นเพื่อน วันที่ทราบข่าวผมทราบจากข่าวตอนเช้า พอเห็นก็รีบโทรไปถาม “กระติก”ก็ยังไม่ได้คำตอบ จนตอนสายค่อย ๆ ไล่เรียงว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปากคำของ “กระติก”

ผมได้คุยกับ”กระติก” ล่าสุดคือเมื่อเช้า ผมพยายามที่จะปลอบและให้กำลังใจน้องว่า”ตราบใดที่กระบวนการพิจารณาคดียังไม่สิ้นสุด เรายังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยหรือเป็นแค่พยาน ฉะนั้นสิ่งที่ “กระติก” ทำไปทั้งหมด มันคือคำให้การ จริงว่าไปตามจริง เท็จว่าไปตามเท็จ ถ้าไม่ใช่หรือนอกเหนือจากนั้นมันคือสิ่งที่คุณปรุงแต่งขึ้น ตามที่พระคัมภีร์บอกไว้ ใช่ก็ว่าใช่ ไม่ก็ว่าไม่ ที่มากไปกว่านั้นเป็นความชั่วทั้งสิ้น” ย้ำน้องอยู่เสมอเวลาให้การกับตำรวจอะไรคือความจริงให้พูดความจริง อะไรที่ไม่เห็นอย่าพูด อะไรคือความเห็นหรือได้ยินจากคนอื่นให้ระบุไปเลยว่าได้ยินจากใคร เพื่อให้สังคมไม่คลางแคลงใจว่าทำไม “กระติก” ต้องหมกเม็ด ทำไมไม่พูดความจริงทั้งหมด ผมอาจจะโดนต่อว่าจากการสัมภาษณ์วันนี้ แต่ผมไม่ได้เข้าข้างใครทั้งสิ้น ผมรัก “แตงโม” รัก “กระติก” ในฐานะน้องไม่ต่างกัน เราสูยเสียไม่ต่างกัน และทุกคนกำลังรอคอยความจริง แต่ไม่มีใครรู้ความจริง องค์พระผู้เป็นเจ้ารู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิสูจน์ตามนั้นให้เราเห็น ผมไม่กังวลกับการที่ “กระติก” เข้าไปให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผมกล้ายืนยันว่าขณะที่น้องให้การกับตำรวจ “กระติก” ไม่มีความหวั่นไหวใด ๆ ทั้งสิ้นต่อการตอบคำถาม ผมนั่งอยู่ในห้องสอบสวนมองน้องให้การกับตำรวจ ตอบคำถามทุกคนถามด้วยความมั่นใจ นั่งคือสิ่งที่ผมสังเกตเห็นแต่เรื่องราวทั้งหมดจะถูกใจทุกคนหรือเปล่า ผมตอบไม่ได้ ผมรู้สึกเหนื่อยใจ ท้อใจกับกระแสสังคมในโลกโซเชียลที่ตอนนี้ไปไกลจนไม่รู้อะไรเป็นอะไร พวกคุณกำลังตีกินคนหนึ่งอยู่ เพราะคนที่เข้าไปคอมเมนต์ คุณรู้จักเหรอ เห็นเห็นอะไรเหรอ คุณพูดจากสิ่งที่คุณรู้ คอมเมนต์จากสิ่งที่คุณสนุก นี่คือความท้อใจในสังคมตอนนี้ไม่แพ้การที่เราสูญเสีย”แตงโม” ทำไมไม่รอให้เห็นอะไรก่อน แต่คิดเอาเอง แล้วเอาสนุกปากไปวัน ๆ แล้วมันได้อะไร ทำไมเราไม่แสดงความรักต่อกัน วันนี้ถ้าตำรวจพิสูจน์ความจริงว่ามันคืออะไรและถ้า “กระติก”ผิดจริง ๆ สังคมจะต่อว่าเท่าไหร่เชิญเลย แล้วผมจะเป็นคนพา”กระติก” ไปส่งเอง แต่ถ้าวันนี้ “กระติก” ยังไม่ถูกตัดสินใด ๆ ทั้งสิ้น อย่าเพิ่งลงโทษคนอื่นสิครับ

เราเสีย “แตงโม” ไปคนหนึ่งแล้วนะ ความน้อยเนื้อต่ำใจของ “กระติก” ที่เขาโพสต์ว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว เพราะกระแสสังคมที่สร้างปฏิกิริยา ผู้หญิงคนหนึ่งที่โดนคนต่อว่าเป็นร้อยเป็นพันในวันเดียวมันรู้สึกยังไง การไม่ร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นผิดตรงไหน ถ้าคนไม่ผิด เขาทำไมจะต้องพูดขอโทษ พวกเราต้องย้อนถามตัวเองเหมือนกัน ผมไม่ได้พูดแทน “กระติก”นะครับ แต่พูดแทน “แตงโม” เพราะนี่คือเหตุการณ์ที่ “แตงโม” เผชิญมาก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่เขามีชีวิต น้องถูกต่อว่า เหยียดหยาบ ถากถางสารพัด “แตงโม” ต้องทนกับสิ่งเหล่านั้น วันนี้เขาจากไปแล้วแต่เพื่อนสนิทที่เขารักอีกคนกำลังเผชิญสิ่งเหล่านี้อยู่ คิดดูสิว่า”แตงโม” จะรู้สึกยังไง ถ้าเขารับรู้ได้ ส่วนความรักความผูกพันของทั้งคู่ ผมถามหน่อยว่าถ้าเป็นคุณจะกล้ายกลูกให้กับคนที่สนิทไหม แต่นี่เขากล้าที่จะยกลูกที่เขารัก เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาให้ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนดูแล แม้จะไม่ถูกต้องตามพฤตินัย แต่มันบ่งบอกถึงความรักที่ทั้งสองฝ่ายมีต่อกัน เป็นความผูกพันที่ทั้งคู่มีต่อกัน “แตงโม” ไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยมีสามี อยู่ดี ๆ จะไปรับเด็กดคนหนึ่งมาเป็นลูกตัวเองทำไม แต่ด้วยความรักที่เขามี “กระติก” และลูก ตราบาปอันนี้มันอยู่ในโลกโซเชียล ลองคิดดูนะครับว่าวันหนึ่งที่ลูกของ “กระติก” โตขึ้นมาแล้วเห็นภาพเหล่านี้ โดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ลองคิดดูนะว่าผลกระทบอะไรจะเกิดขึ้นกับเด็กเมื่อเขาโตขึ้นมาในอนาคต เห็นใจกันหน่อย รอให้ความจริงปรากฏอย่าเพิ่งไปขัดกระบวนการของเจ้าหน้าที่ วันนี้น้อง “กระติก” จะมาร่วมงาน ผมขอพูดแทนน้องอย่างหนึ่งว่าเขามีจุดอ่อนในการให้สัมภาษณ์ ด้วยบุคลิกของเขาที่เป็นมาตั้งแต่เกิด คุณแม่น้องบอกว่าน้องเป็นคนพูดตรง พูดห้วนแบบนี้มาตั้งแต่เกิด ใครที่เคยดีลงานกับน้องจะรู้สึกว่าน้องเป็นคนพูดมะนาวไม่มีน้ำ เป็นคนพูดไม่เพราะแต่มีความจริงใจ.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน

 

Comments are closed.